Introducing Nike+ Shoe and Armband

วันนี้มีผลิตภัณฑ์ในชุด Nike+ อันที่เหลือ ที่ยังไม่ได้แนะนำในคราวก่อน มาแนะนำครับ ก็คือ.... รองเท้า และ Armband นั่นเอง แน่นอนครับ เมื่อใช้ Nike+ แล้วสิ่งสำคัญอีกอันนึงที่ไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ ก็คือเจ้ารองเท้านี่แหละ โดยรองเท้าของ Nike เองที่รองรับอุปกรณ์ Plus นั้น ก็จะมีด้วยกันอยู่หลายรุ่นนะครับ ที่ผมไปเห็นที่ Sport Evolution (ที่เคยอยู่ตรงข้าม Emporium แต่ย้ายไปตรงตึก CA WOW Women Club) รู้สึกจะมีอยู่ 4 รุ่นด้วยกัน

ส่วนรุ่นที่ผมใช้เนี่ย ก็เป็น Air Zoom Moire สีดำ/แดง ตามรูปที่เห็นนี่แหละครับ รู้สึกที่ร้านจะมีอีกสีเป็นสีออกเทาๆนะครับ แต่ว่าถ้าให้เข้าชุดกับ Armband แล้วตามประสาพวกบ้า prop. อย่างผมนี่ก็ต้องสีนี้เลยครับ สีดำแดงนี่แหละเข้าชุดกันสุดแล้ว เพราะโทนเดียวกับตัว Armband เลย

The Ryo's Air Zoom Moire (42k)

Nike Air Zoom Moire

Air Zoom Moire นี่คล้ายๆกับ Air Free 5.0 นะครับ แต่ว่าหน้าตาไม่แหลมเท่าตัว Air Free ช่วงบนเป็นวัตถุดิบอะไรสักอย่างนึง นิ่มๆ ยืดๆ ทำให้รู้สึกสบายเวลาสวมใส่ เรียกว่าแค่เอาเท้าแหย่เข้าไปครั้งแรก ก็ปลื้มแล้วอ่ะครับ โดนใจเลยทีเดียวเชียว

ของผมปกติใส่รองเท้า Nike อยู่แล้วแต่เป็นรองเท้า Basketball ที่ใส่อยู่เป็นเบอร์ 12-13 แล้วแต่รุ่น ซึ่งก็ค่อนข้างหาซื้อยากอยู่เหมือนกัน เรื่องไปซื้อตอนมันลดราคานี่ไม่ต้องพูดถึง ส่วนมากใหญ่สุดที่ลดราคาก็เห็นมีแค่เบอร์ 10 ซึ่งใส่ไม่ได้

แต่ Air Zoom Moire ตัวนี้ทีแรกก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน เพราะมีแต่เบอร์ 11 ซึ่งผมดูเบอร์ก็ไม่คิดว่าจะใส่ได้นะ เพราะปกติใส่ก็ 12-13 แต่ปรากฎว่าเบอร์ 11 อันนี้ใส่ได้พอดีเลย ด้านกว้างด้านยาว ก็พอดีกับเท้าผมเลย แต่รองเท้า Basketball นี่ด้านยาวจะเหลือแต่ด้านกว้างพอดี ก็เลยต้องใส่เป็นเบอร์ 12-13 ส่วนอันนี้พอดีทั้งด้านยาว ด้านกว้าง เบอร์ 11 ก็เลยใส่ได้ด้วยประการ?ฉะนี้

ผมไม่ได้เป็นนักวิ่ง จึงไม่ค่อยได้มีประสบการณ์กับรองเท้าวิ่งมากนัก ที่ผ่านมาใช้ไปแค่ 3 คู่เท่านั้น คู่นี้เป็นคุ่ที่ 4 อีกทั้งส่วนใหญ่ผมก็วิ่งอยู่บนลู่วิ่ง (Treadmill) อย่างเดียวนานๆ จะได้ไปวิ่งนอกสถานที่สักที รายละเอียดเรื่องรองเท้าก็ไม่สามารถลงได้เยอะ แต่รวมๆแล้ว ก็ถือว่าเป็นรองเท้าวิ่งที่ผมพอใจมากเลยทีเดียว เวลาสวมใส่ก็เบาสบาย นุ่มเท้า แล้วก็สะดวกเวลาวิ่ง ไม่รู้สึกถึงน้ำหนักที่หน่วงเท้า วิ่งได้เบาหวิวเลย

ด้านในของรองเท้าก็จะมีช่องสำหรับใส่ตัว Sensor ของ Nike+ อยู่ที่พื้นรองเท้าข้างซ้าย (ทำไมต้องซ้ายหว่า?) พอเราใส่เข้าไป ก็เอาพื้นรองเท้าทับไว้อีกที ความรู้สึกเวลาวิ่ง ไม่รู้สึกว่ามีสิ่งแแปลกปลอมอยู่ใต้เท้าเลยครับ ทุกอย่างเนียนไปหมด เรื่องความแข็งแรงของการรับน้ำหนักไม่มีปัญหาครับ เพราะผมเองตัวใหญ่หนัก 100kg วิ่งมา 5 ครั้งแล้วมันยังไม่พังเลย 55555

The Ryo's Air Zoom Moire (44k)

Nike Armband

ส่วน Armband นี่ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ วันที่ถ่ายเห่อมากยังไม่ได้แกะราคาเลย ราคามัน 1605 บาทถ้วนครับ (ไม่รู้จะมีเศษทำไม 5 บาท) อันที่จริงผมก็มี Armband ของ Apple อยู่แล้วนะ รู้สึกว่าซื้อมา 1450 มั้ง ซื้อมาหลายเดือนแล้วจำราคาไม่ได้เท่าไหร่ ซึ่งก็พอใจเลยทีเดียวสำหรับ Apple Armband นอกจากความสวยงามแล้ว วััสดุที่ใช้ ก็ไม่มีปัญหากับเหงื่อเวลาใส่วิ่งที่ฟิตเนสเท่าไหร่ ก็เรียกว่าคุ้มราคาละครับ เทียบกับของจีน(เขาว่ากันว่าของจีน ผมก็ไม่รู้ว่าจริงๆ ของจีนรึเปล่า) แล้วดีกว่ากันเยอะ แม้ราคาจะแพงกว่าร่วม 3-4 เท่าก็ตาม

ผมเองศรัทธาในมูลค่าสินค้าครับ เพราะเคยผ่านกับสินค้าราคาถูกมาแล้วหลายอย่าง ราคามันถูกก็จริง แต่คุณภาพ และการใช้งานก็ไปตามราคานั่นแหละครับ สุดท้ายผมก็ต้องเสียเงินซื้อแพงๆอันนึง แล้วใช้งานได้ดีๆ และอยู่ได้นานๆ คุ้มกว่า ก็เลยไม่คิดอะไรมากกับราคาพันกว่าบาท ที่จะเอามาใส่ iPod ติดแขนเวลาออกกำลังกาย

สำหรับ Armband ของ Nike นี่ บอกได้คำเดียวเลยว่า Cool!!! ของ Apple มันก็ดีแล้วนะ แต่ของ Nike นี่คือมันเหมาะสำหรับการออกกำลังกายจริงๆ ของ Apple ถ้าใส่ไปไหนมาไหนหนะโอเค แต่ใส่ออกกำลังกายแล้ว ความเหมาะสมสู้ของ Nike ไม่ได้เลย อันนี้แหร่มกว่าเยอะ ^^)

ความยืดหยุ่นของตัวเนื้อผ้า ทำให้สวมใส่ได้สบาย ต้นแขนผมใหญ่ร่วม 18" (แน่นอนครับ ผมเพาะกาย แขนผมคงไม่เล็กแน่นอน ฮ่าาาาา) ก็ยังใช้ได้สบาย แล้วก็ระบายอากาศดีมาก สมกับเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกาย

From My Experience

ปัญหาประการเดียวที่พบก็คือ ... มันปิดหน้าจอเสียมิดเลย ทีนี้พอเริ่มใช้วันแรกๆ ผมยังไม่คุ้นปุ่ม ก็งงสิครับ กดอย่างมึนเลย แต่ปัญหานั้นก็หมดไปในวันที่ 2 เมื่อผมเริ่มตั้งสติกับมันได้ ทีนี้ไม่งงแล้วครับ เริ่มแรกให้ตั้ง program ของการวิ่งใน iPod ก่อน ว่าจะวิ่งโปรแกรมไหน แล้วจะฟังเพลงจาก Playlist อะไร แล้วก็มารอไว้ที่หน้าจอที่มันให้กด Center Button เพื่อเริ่มวิ่ง จังหวะนี้แหละครับ ก็เอาใส่ Armband ซะ แล้วก็คาดแขนให้เรียบร้อย พร้อมวิ่งแล้วก็กดปุ่มกลางเลย หลังจากวิ่งเสร็จจะหยุดก็กดตรง Menu แล้วก็หมุน Click Wheel ตามเข็มนาฬิกา menu มันจะมาจบที่ End workout พอดี ก็ให้กด Center Button อีกครั้ง เป็นอันเรียบร้อย แล้วถ้าจะฟังเพลงต่อไป ก็กด Play อีกที

พอใช้จนคล่องแล้วก็สบายบรื๋อครับ แม้ไม่เห็นหน้าจอก็สามารถควบคุมได้สบาย ไม่ยาก ไม่ยาก

ชักจะยาวแฮะ วันนี้ผมปิดท้ายไว้แค่การแนะนำอุปกรณ์ทั้ง 2 ชิ้นนี้ก่อนแล้วกันนะครับ ส่วนประสบการณ์อื่นๆ จากการใช้งานไว้จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกในโอกาสต่อไป


Subscribe to news letter สมัครรับข่าวอัพเดตบทความใน TheRyo's GYM ทาง E-Mail - Printer friendly version Printer friendly version
Bookmark หน้านี้ด้วย : Zickr!Zickr! del.icio.usdel.icio.us Digg itDigg!

Comments (3)

แหม...ไม่ยอมถ่ายตอนคาด arm band มาอวดกันเสียหน่อย

เวลาใช้ต้องใส่เสื้อไม่มีแขนหรือเปล่าอ่ะครับ :-)

ตอนนี้ Armband อยู่ใน Locker ที่ fitness เรียบร้อยแล้วครับ

ไว้จะหาจังหวะเอามาใส่ถ่ายรูป (กล้องอยู่ที่ทำงาน แฮ่ๆ) มาให้ดูครับ ว่าใส่กับแขน 17-18" ได้บร์๋อๆเลย

ใส่ตอนใส่เสื้อมีแขนได้ครับ แต่บางทีต้องขยับๆให้เหมาะๆหน่อย ไม่งั้นแขนเสื้อทบๆกันบางทีเราจะรำคาญได้ แต่ถ้าใส่กับเสื้อกล้าม เสื้อแขนกุดนี่ก็เนียนครับ

พี่ครับ ไม่ทราบว่ารองเท้า นี่ที่เดอะมอล์บางกะปิมีรึเปล่าครับ แล้วใส่แล้วดีมากมั้ยครับ แล้วราคามันอยุ่ที่ประมาณคู่ละเท่าไหร่อะครับ