Introducing TheRyo's Nike+
และแล้วในที่สุด ก็ได้ฤกษ์เป็นเจ้าของ Nike+ อย่างที่เล็งไว้นานเสียทีครับ Full Option ครับ งวดนี้มาครบทั้งชุด ทั้ง Nike+ Sport Kit , รองเท้าวิ่งรุ่น Air Zoom Moire แล้วก็ Arm band ซึ่งในวันนี้ ก็จะแนะนำถึงตัว Sport Kit กันก่อนนะครับ อันดับแรกเลยก็คือราคาครับ สนนราคาอันนี้คว้ามาในราคา 1,450 บาท โดยที่ตัวมันจะมีอายุการใช้งาน โดยไม่ต้องใส่ถ่านหรือชาร์จไฟ อยู่ราวๆ 1,000 ชั่วโมง คร่าวๆนี่ก็ถ้าเราวิ่งสักวันละ 1 ชม. ก็วิ่งได้ร่วม 3 ปีเลยทีเดียว หารออกมาแล้วตกชั่วโมงละ 1.45 บาทเท่านั้น ถูกกว่าไปร้องคาราโอเกะอีก 55555
สำหรับ iPod นั้นผมก็ใช้ iPod Nano ตัวเก่งตัวเดิมของผมนั่นแหละครับ สีฟ้าสวยงามต้องตามตำรา เป็นการตัดสินใจของผมเองตั้งแต่ต้น ที่เลือกที่จะซื้อ iPod Nano เพราะมันเป็น flash memory ไม่มีปัญหาเรื่องการกระแทกกับอุปกรณ์เก็บข้อมูล เหมือนกับ iPod ที่เป็น harddisk รวมไปถึงขนาดที่เล็กกระทัดรัด เหมาะกับการใส่ไปออกกำลังกาย เป็นที่สุด และผมเองก็ออกกำลังกายทุกวันอยู่แล้ว Nano จึงเป็นคำตอบสุดท้าย (จริงๆก่อนนี้ ก็ใช้ MP3 Player มาหลายยี่ห้อ แต่ยี่ห้อที่ผมหลงรักสุดก็เจ้า iPod ผลิตภัณฑ์จาก Apple นี่แหละครับ โดนใจสุดแล้ว) สำหรับ Nike นั้น โดยปกติผมก็ค่อนข้างเป็นสาวก Nike อยู่แล้ว เพราะใช้ทั้ง เสื้อ กางเกง รองเท้า หมวก กระเป๋า ยันไปถึง ถุงมือเล่นเวท โน่นละครับ
มาดูที่ตัว Nike+ Sport Kit กันต่อครับ เริ่มแรกเลยก็หน้าตาผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้แกะกล่อง หีบห่อนี่ทำออกมาได้สวยงาม ลงตัว และดูดีตามสไตล์ Nike เลยทีเดียว

แกะกล่องออกมาก็พบกับอุปกรณ์เล็กๆ หน้าตาดังนี้ครับ ตัวซ้ายมือที่เป็นกลมๆนั่น เป็นตัว Sensor ที่เราจะต้องนำเอาไปใส่ไว้ใต้รองเท้า โดยที่รองเท้าของ Nike รุ่นที่เป็น Nike+ จะมีการเจาะร่องสำหรับใส่ตัว Sensor ตัวนี้ไว้แล้ว (จะนำรูปรองเท้ามาให้ชมกันในโอกาสหน้า) ส่วนตัวด้านขวามือก็จะเป็น Receiver เอาไว้รับสัญญาณ จากตัว Sensor เวลาที่เราเดินหรือวิ่ง แล้วก็จะนำข้อมูลต่างๆนี้ ส่งต่อไปยัง iPod ผ่านทาง Universal port ด้านล่างของตัว iPod Nano

จากนั้นก็เป็นการประกอบร่างครับ เมื่อนำตัว Receiver มาเชื่อมต่อเข้ากับ iPod ก็จะมีหน้าตาดังรูปขวามือ ข้างล่างนี้นะครับ ก็จะยาวขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย และอีกสิ่งนึงที่เพิ่มขึ้นมาทันที หลังจากนำตัว Receiver ไปเสียบไว้ก็คือเมนู Nike+iPod ซึ่งในนี้ก็จะเป็นเมนูสำหรับการทำงานทุกอย่าง ของเจ้าตัว Nike+ นี่แหละครับ

เรียบร้อยครับ ผ่านไปได้ด้วยดี (จริงๆมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะใช้งานได้ง่ายเหลือเกิน ไม่ว่าคุณจะ Low tech ยังไง ผมก็มั่นใจ ว่าไม่ยากเกินไปที่จะใช้งาน ทั้ง iPod และตัว Nike+) วันนี้คงปิดท้ายไว้เท่านี้ก่อนนะครับ แล้ววันต่อไปมีโอกาส จะนำเอาอุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ และนำเอาประสบการณ์ จากการวิ่งโดยมี แอนนา คูนิโควา (ใช่รึป่าว?) คอยกระซิบให้กำลังใจอยู่ข้างๆหู มาเล่าให้ฟังในครั้งหน้าครับ
Comments (3)
Posted by mike [April 7, 2007 13:15]
Posted by Kindaichi [April 8, 2007 10:57]
Posted by mike [April 8, 2007 13:59]