ชายผู้มีกล้าม(?) แขนใหญ่ที่สุดในโลก

Gregg Valentino ผมเคยเห็นภาพของชายคนนี้ ใน Fwd Mail เมื่อหลายปีที่ผ่านมา หลายต่อหลายรอบ และตามเว็บบอร์ดต่างๆ ก็มีคนนำภาพของเขาไปโพสต์กันเป็นประจำ โดยเขียนอธิบายไว้ว่า เป็นชายที่มีแขนใหญ่ที่สุดในโลก ก็ดูจากรูปเอาแล้วกันนะครับ ว่าใหญ่หรือไม่ใหญ่อย่างไร ผมเห็นทีแรกก็ไม่คิดแล้วว่านี่คือกล้ามแขนโดยปกติ ตามธรรมชาติของมนุษย์มนาเขา ครั้งแรกยังคิดอยู่เลยว่า มันน่าจะเกิดจากการผ่าตัดยัดกระป๋อง อะไรซักอย่างเข้าไปเป็นแน่แท้

Gregg Valentino

เมื่อวันพฤหัสที่ 22 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสรับชม สารคดีเกี่ยวกับนักเพาะกาย และสารเสตียรอยด์ ซึ่งในสารคดีก็ค่อนข้าง Focus ไปที่ตัว Valentino ส่วนนักเพาะกายคนอื่น ที่นำมาสัมภาษณ์ก็มีเพียงอดีตแชมป์ Mr.Universe ปี 1975 Mr. Steve Michalik ซึ่งค่อนข้างเป็นที่รู้จักกันในแวดวง นักเพาะกายพอสมควร เพราะ Steve ก็เขียนบทความ อยู่ในนิตรสารหลายฉบับ รวมทั้งเป็นผู้ฝึกสอนให้กับนักเพาะกาย รุ่นใหม่ และเป็นคนที่ชูประเด็นต่อต้านการเพาะกาย โดยใช้สารกระตุ้น ตัว Steve เองก็เคยใช้สารกระตุ้นมาก่อน ในสมัยยังเป็นนักกีฬา แล้วก็ได้รับผลกระทบจากมันในภายหลัง ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ จนผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาแล้ว เขาจึงต้องการที่จะกลับมา ให้ประสบการณ์และให้ความรู้ ที่ถูกต้องกับนักกีฬารุ่นใหม่

Gregg Valentinoดูจบแล้วก็รู้สึกว่าเป็นสารคดี ที่ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ ตัดวนไปวนมา ย้ำซ้ำๆซากๆ เกี่ยวกับผลของการใช้สารกระตุ้น ดูแล้วเหมือนมีเนื้อหาอยู่นิดเดียว

Gregg Valentino

ที่ค่อนข้างมีประเด็นมากที่สุดในสารคดีที่ว่า ก็คือคำสัมภาษณ์ของ Gregg Valentino ในช่วงชีวิตเขาที่ผ่านมา Valentino นั้นเริ่มเพาะกายด้วยวิธีปกติตามธรรมดา ที่หนังสือและผู้ฝึกทั่วไปเขาใช้กัน เขาฝึกแบบนั้นมาเป็นเวลาร่วม 20 กว่าปี โดยวิธีแบบธรรมชาติ ซึ่งดูจากรูปในอดีตของเขา ที่อยู่ขวามือนี้นะครับ ผมว่าเขาก็ประสบความสำเร็จในระดับนึงอยู่นะครับ ก็ดูเป็นนักเพาะกายทั่วๆไป แต่ก็ไม่ถึงระดับที่จะเป็นที่โดดเด่นซักเท่าไหร่ สำหรับโลกเพาะกายยุคปัจจุบัน ที่มันก้าวเหนือคำว่ามนุษย์ธรรมดากันไปหลายขั้นแล้ว

ด้วยความต้องการอะไรบางอย่างของตัวเขาเอง เขาบอกว่าเขาต้องการจะให้มันใหญ่กว่านี้ ต้องการเป็นจุดสนใจ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจตรรกะความคิด เขาสักเท่าไหร่ ว่าทำไมมันต้องขนาดนั้นเลยรึ แต่ก็อย่างว่า อย่างผมเองตัวไม่ได้ใหญ่อะไรมาก ยังมีแต่คนบอกว่านี่หนะใหญ่แล้ว ไม่ต้องให้ใหญ่กว่านี้อีก แค่นี้ก็พอแล้วสารพัด ในขณะเดียวกัน ผมกลับคิดว่า แค่เท่าที่ผมมีนี่มันก็แค่คนตัวไม่ผอมธรรมดาแค่นั้นเอง

Gregg Valentinoซึ่งหลังจากที่เขาคิดเรียบร้อยแล้ว เขาก็เลยตัดสินใจว่ามันถึงเพดาน ที่ตัวเขาเองจะต้องหันไปหาเสตียร์รอยด์ และใช้มันแล้ว ซึ่งก็ทำให้ตัวเขาใหญ่ขึ้นมา อย่างเป็นที่น่าพอใจเลย ภายในระยะเวลาไม่นานนัก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นกล้ามเนื้อเสียกี่เปอร์เซ็นต์นะครับ ที่เพิ่มๆมา เพราะรอยด์บางตัว ก็มีผลทำให้เกิดสิ่งที่คล้ายๆ เซลล์ไขมัน รวมตัวกันอยู่ภายใต้เซลล์กล้ามเนื้อ ซึ่งทำให้เมื่อมองจากภายนอก มันดูใหญ่ขึ้น แต่ภายในแล้วกลับไม่ใช่กล้ามเนื้อที่แข็งแรงๆ เหมือนอย่างการอัดฝึกมาอย่างธรรมชาติ รวมถึงอาการที่เรียกกันว่า "บวมน้ำ" นั่นก็เป็นผลข้างเคียงอย่างหนึ่ง ของการใช้รอยด์บางตัว (รอยด์มีหลายชนิดมากครับ)

หลังจากใช้ยา และมันใหญ่ขึ้นแล้ว เขาก็ยังคงใช้ยาต่อไป ใช้มันไปเรื่อยๆ จนในที่สุด มันก็ใหญ่ขึ้นมาก จนใหญ่ปลิ้นออกมาเลยทีเดียว มีการกล่าวกันว่ารอบแขนของ Gregg Valentino ได้รับการบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊คส์ ว่าใหญ่ที่สุดในโลก มันใหญ่ถึง 28 นิ้วเลยทีเดียว ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่ามีการบันทึกไว้ อย่างเป็นทางการในกินเนส จริงๆรึเปล่า 28 นิ้ว ... มันใหญ่เท่าๆกับ รอบเอวของคุณผู้หญิงหนึ่งคนเลยทีเดียวนะครับ

ซึ่งการที่เขาแบกรอบแขนไว้ถึง 28 นิ้วต่อข้างไว้ เทียบกับสัดส่วนตัวแล้ว ผมว่ามันไม่ใช่ Figure ที่ดูดีแล้วหละ แต่ก็อย่างว่ามันคือความต้องการ และการตัดสินใจของเขา ส่วนตัวแล้วผมเองก็ไม่ค่อยชอบนัก เวลาได้ยินคนที่เป็นคนธรรมดาทั่วๆไป อี๋ ใส่คนที่เป็นนักกีฬาเพาะกาย ว่าใหญ่เกินไป ตัวประหลาด มนุษย์กบ อย่างงี้อย่างโง้น แต่สำหรับ Figure ของ Gregg Valentino ผมก็รู้สึกว่ามันใหญ่ เกินไปและผิดรูปจริงๆ แทนที่มันจะดูสมส่วนมันก็เลยกลายเป็นไม่สมประกอบ

Gregg Valentinoผลที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือ นอกจากที่เขาจะมีต้นแขนที่ใหญ่ผิดรูปแล้ว การที่เขาใช้ยา โดยไม่ได้อยู่ในการควบคุมของแพทย์ ซื้อมาฉีดเอง ความสะอาด มาตรฐานของอุปกรณ์ ความถูกต้องของการฉีดยา ในที่สุดมันก็นำมาซึ่งการติดเชื้อ ซึ่งเขาได้มีการอัดวีดีโอ ตอนที่เขาพยายามที่จะใช้เข็มอันเป้ง ฉีดเข้าไปในต้นแขนอันมหึมานั่น เพื่อดูดหนองข้างในออกมาเอง ดูแล้วสยดสยองอย่างถึงที่สุด และสุดท้าย มันก็ไม่ประสบความสำเร็จ ที่สุดของที่สุดแล้ว หลังจากดูดเลือดและหนองออกมาเอง แก้วใหญ่เต็มๆ เขาก็ต้องแบกต้นแขนอันใหญ่โต เข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาล ให้แพทย์ผ่าตัดและดูดหนองออก ในที่สุด เฮ้อ...

ก็จะเห็นได้ว่าในรูปที่เขาหันหลัง โพสท่า Back Double Biceps แขนขวาตรง Biceps ของเขาจะไม่ปูดเป็นก้อนกลมๆ เหมือนกับแขนซ้าย นั่นเป็นเพราะการผ่าตัดที่ว่านั่นเอง

ผลข้างเคียงอื่นๆ จากการใช้ยา ที่นักกีฬาอื่นๆ พบเจอกัน ผมก็คิดว่าหมอนี่ก็คงจะเจอด้วยเหมือนกัน ไม่น่าจะรอด อย่างเช่นผลที่มีต่อหลอดเลือด ระบบไหลเวียนโลหิต และหัวใจ และร่างกายส่วนอื่นๆ ที่มันอาจจะยังไม่ส่งผลในระยะเวลาช่วง 10 ปีนี้ แต่หลังจากนี้อีกสักระยะ น่าจะเริ่มเห็นผลออกมาทีละอย่าง

Gregg Valentino


Another Side Effect

นอกจากผลข้างเคียง ที่เกี่ยวกับสุขภาพแล้ว ยังมีผลที่ตามมาอีกอย่างหนึ่ง จากการใช้ยาก็คือว่า เมื่อเขาเข้าสู่แวดวงการใช้ยา แน่นอนเขาย่อมต้องรู้จักผู้ขาย และเมื่อเขาใช้ยา ย่อมมีผู้อยากใช้ยา สอบถามเขาว่า จะสามารถหายาได้ที่ไหน แรกๆอาจจะเป็นเพียงแค่ผู้แนะนำ ผู้บอกต่อ ต่อมาอาจจะกลายเป็นผู้รับฝากซื้อ หรือซื้อมาฝาก แล้วในที่สุด เมื่อถลำตัวลึก ก็กลายเป็นผู้ขายไปในที่สุด Gregg Valentino เคยมีทุกอย่าง ครอบครัว บ้าน ทรัพย์สิน มีกิจกรรมโรงยิม แต่ทุกอย่างหลายไปหมด หลังจากที่เขาถูกจับ ข้อหามีสารกระตุ้นไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และเขาโดนทั้งจำทั้งปรับ หนักเสียด้วย ในสารคดีบอกไว้ว่า เขาสูญเสียทุกอย่าง โดนยึดหมด

หลังจากพ้นโทษออกมา ก็อย่างที่ทราบกันนี่แหละครับ เราถึงได้รับทราบข่าวคราวต่างๆ จากเขามากขึ้น ในแง่มุมต่างๆ จนกระทั่งรายการของ TCL ไปถ่ายทำสารคดีที่ว่านี่มาเผยแพร่ (และบ้านเรา True Vision ก็นำมาฉายทาง X-Zyte อีกที)

Do we need Steriod?

หลายๆท่านบอกว่าดารา ที่มีกล้ามโดยเฉพาะอย่างยิ่งดาราฮอลีวูดใช้ยากันทั้งนั้น มันก็มีส่วนนะครับ ผมว่าต้องมีแน่ๆ ดาราฮอลีวูดนี่ผมไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าดาราในบ้านเรา นี่เคยคุยอยู่บ้าง บางคนเขาก็ไม่ได้ใช้อะไรครับ แค่ไปออกกำลังกายธรรมดา (ซึ่งผมไม่แปลกใจอะไรอยู่แล้ว เพราะผมรู้ว่าไอ้กล้ามแค่นี้หนะ เล่นธรรมดาก็ขึ้นได้) บางคนใช้ยามาก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เคยไปอยู่เมืองนอก ซึ่งจะหาซื้อไอ้พวกรอยด์ที่ว่าได้ง่ายกว่าในบ้านเรา ก็ดูกล้ามใหญ่เหมือนฝรั่งนะครับ แต่กล้ามเท่านั้น ผมก็สามารถสร้างขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องใช้ยาอะไรเลย ปัจจุบันผมก็ตัวใหญ่กว่าเขาแล้ว ด้วยวิถีทางธรรมชาตินี่แหละครับ

ไอ้เราๆท่านๆ ถ้าคุณมองแค่เป้าหมายของการเพาะกายสไตล์นายแบบ อันนี้ฟันธงครับ เสตียรอยด์ไม่จำเป็น แม้แต่ Whey ก็ยังไม่ใช่สิ่งจำเป็น คุณสามารถมีกล้าม มีรูปร่างแบบนายแบบได้ โดยการฝึกที่ถูกต้องสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง และดูแลการโภชนาการให้ดี อาหารก็กินให้ครบถ้วน เนื้อ นม ไข่ ต่างๆ แค่นี้ก็มีกล้ามเท่ห์ๆได้ครับ

ถ้าจะเอาให้มันใหญ่มันหนาขึ้นมาอีกระดับ Whey ก็จะเริ่มต้องมีบทบาทแล้ว หากว่ามื้ออาหารหลักไม่เพียงพอ ไม่เพียงพอในทีนี้ก็คือคุณกินอาหารหลักเยอะแล้ว แต่มันไม่พอกับความต้องการนะครับ

ที่ไม่ถูกต้องก็คือ เรามักจะไม่ค่อยใส่ใจกับมื้อหลักให้เพียงพอ แล้วหันมากินเวย์ เพราะคิดว่ามันเป็นปัจจัยที่ทำให้มีกล้าม ซึ่งไม่ใช่เลย แต่ช่างหัวมันเถอะ เงินใครเงินมัน ผมก็จะพิมพ์เตือนไปเรื่อยๆ ถ้าใครประหยัดเงินได้จากคำแนะนำของผม ก็อนุโมทนานะครับ หากมีเวลาก็ไปทำบุญให้กับผู้ขาดโอกาสทางสังคม จะเป็นการดีมากเลย

ส่วนถ้าคุณเป็นนักกีฬาที่ต้องแข่งขัน อันนั้นผมว่าคงเกินจุดที่ผมจะสามารถไปมีบทบาทอะไรทางความคิด ของเขาได้แล้วละครับ คุณอยู่ในจุดที่สูงกว่าผม มีเป้าหมาย มีความต้องการ ที่มันอาจจะต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆอย่าง ก็ขอให้ประสบความสำเร็จ มีสุขภาพที่แข็งแรงและปลอดภัยนะครับ


Subscribe to news letter สมัครรับข่าวอัพเดตบทความใน TheRyo's GYM ทาง E-Mail - Printer friendly version Printer friendly version
Bookmark หน้านี้ด้วย : Zickr!Zickr! del.icio.usdel.icio.us Digg itDigg!

Comments (4)

โหหหหหห แน่จุยนะว่ากล้ามอ่ะ O_o"

น่ากลัวมากกว่าง่ะ - -"

เห็นแล้วรู้สึกสงสารหนะครับ ชีวิตบั้นปลายของพวกเขาคงทรมานไม่น้อยเลย

เคยทราบว่าคนที่ใช้สารกระตุ้น พอเลิกใช้ เลิกออกกำลังแล้ว จะยิ่งโทรมใหญ่เลย จริงหรือเปล่าหนะครับ

ถ้าเลิกใช้แล้วเลิกออกกำลังกาย คือเลิกหมดเลย ก็กลับสภาพฟีบครับ ก็คือจะไม่ปึ๋งแล้ว โทรมนี่ก็น่าจะมีผลนะครับ อาจจะเป็น side effect จากตัวรอยด์บางตัว (ซึ่งอย่างที่บอกครับ รอยด์ในตลาดมีหลายตัวมาก)