สงสัยว่า เราออกกำลังกายถูกหรือเปล่าอ่ะค่ะ
คือว่า เราหนัก 90 กิโลค่ะ (เยอะมากๆตัดสินใจหล่ะว่าจะลดค่ะ ) สูง 172 ซม เราเพิ่งไปสมัครสมาชิกฟิตเนสมาค่ะ ไมมีเทรนเนอร์ค่ะ สงสัยดังนี้ค่ะ
1. ลู่วิ่ง - เราไม่ชอบวิ่งค่ะเดินได้ป่าวคะ(กลัวเรื่องเข่า)ตอนนี้เราเดิน 40 นาทีค่ะ แต่สงสัยค่ะว่าเราควรปรับspeechสลับกับปรับslope ดี หรือว่า ควรปรับอันไหนก่อนดีคะ (ระดับมีผลมั้ยคะหรือว่าวิ่งที่ระดับ 0 องศาดีคะ)แล้วเวลาคูลดาวควรลดระดับslopeดีหรือว่า ควรลดสปีชดีคะ ที่เราทำอยู่คือ ก่อนคูลดาวเราใช้สปีช 4.5 แล้วลดระดับมาจน0 องศาแล้วค่อยลดสปีชช้าลงเรื่อยๆอย่างงี้ถูกรึเปล่าคะ
2. อิลิบติคอล คือเครื่องอะไรคะ
3. เราออกกำลังกายถูกรึเปล่าคะ เริ่มด้วยเดินๆ40 นาทีแล้วค่อย มาเล่นเฉพาะส่วนไม่รุ้ว่าเค้าเรียกอะไรอ่ะค่ะมีหลายเครื่องที่บริหารแขน ไหล่ ขา อ่ะค่ะ อีก 30 นาที อย่างงี้โอเครึเปล่าคะ เราสงสัยค่ะอย่างเล่นเครื่องที่เหมือนจะยกเวตบริหารแขนอ่ะค่ะ เราปรับ0ปอนด์มันเบามากเหมือนไม่ต้องออกแรงยกเลยเรายกเร้วๆได้เลย กับถ้าเราปรับ5 ปอนด์หนักค่ะ ต้องยกช้าๆ อันไหนดีกว่ากันคะ
4. เราลองเล่นจักรยานแม่เหล็กมีคนบอกว่าดี ถ้าเทียบกับการเดินลูวิ่งควรทำอันไหนดีคะ รู้สึกว่าจักรยานเผาผลาญแคลลอรี่ได้น้อยกว่าเทียบกับเดิน 40 นาทีอ่ะคะ
ปล. เราเล่นมั่วๆมา 3 อาทิตย์แล้วค่ะลดไปได้ 4 กิโล อิอิ :)
จากคุณ : ket
1. เดินได้สิครับ ไม่มีกฎหมายข้อไหนห้ามเดินบนลู่วิ่งจริงป่าวครับ ^^) พอน้ำหนักตัวลดลงสัก 10-15kg ค่อยวิ่งก็ได้ครับ ค่อยๆลองปรับเป็นเดินเร็วๆบ้าง เดินสลับวิ่งเหยาะๆบ้าง ค่อยๆพัฒนาความแข็งแรงของร่างกายไปครับ การกังวลเรื่องเข่านั้นเป็นเรื่องดีครับ แต่ก็ไม่ควรกังวลมากเกินไป จนไม่บริหารมันเสียบ้างครับ
เรื่อง slope หคือความชันนั้น การปรับ slope ช่วยได้ในเรื่องของการปรับเปลี่ยนมุมบริหารของกล้ามเนื้อ ช่วยให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ในความเร็วการเดินเท่าเดิม กระนั้นการปรับความชัน ก็ควรปรับให้เหมาะสมครับ ไม่ควรปรับเสียจนตัวเอียงแทบจะตก จนต้องเกาะราวไว้ตลอด ผมเห็นบ่อยเลยตาม fitness ไม่รู้ใครสอนอะไร หรือเชื่ออะไรกันมา ปรับเอียงเสียจนหัวแทบจะหงายไปข้างหลังแล้ว ต้องเอามือยึดไว้ ขาก็แทบจะลากไปกับลู่ !!!!
ถามว่าแบบนั้น กล้ามเนื้อมันได้บริหารยังไง เห็นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ไม่กล้าไปแนะนำ
การปรับความชันนั้นเป้าหมายคือให้กล้ามเนื้อได้บริหาร ได้เดินขึ้นทางชัน ถ้าคุณต้องเกาะราวแล้วก็ยกขาให้สายพานมันหมุนไปเอง นั่นไม่เกิดประโยชน์หรอกครับ ไอ้เลข digital ตรงหน้าที่มันบอกว่าเผาผลาญเท่านั้นเท่านี้ มันอาจจะขึ้นเร็วจริง เหมือนเผาผลาญได้เยอะ แต่สุดท้ายก็คือการหลอกตัวเองครับ ร่างกายจะเผาผลาญมากน้อยเท่าไหร่ อยู่ที่การทำงานของกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ไอ้ตัวเลขวัดรอบคำนวณคูณกับความชันบนหน้าปัดครับ
การ cooldown ก็ควรค่อยๆปรับลดลงมาทั้งความชันและความเร็วครับ ส่วนใหญ่เครื่องจะไม่คงความชันไว้ตอนที่เรา cooldown นะครับ ยกเว้นเราจะ manual มันเอา
2. ก็เป็นอุปกรณ์บริหารร่างกายอย่างนึงครับ คำว่า elliptical เป็นเครื่องออกกำลังกาย ที่ออกแบบมาเพื่อจำลองการเดินหรือการวิ่ง โดยตัดแรงกระแทกกับข้อต่อต่างๆออก กล่าวคือขาเราจะไม่พ้นออกจากพื้น เหมือนการเดินหรือวิ่งจริงๆ เท้าเราจะเหยียบอยู่บนที่เหยียบตลอดเวลา แรงกระแทกจะน้อยกว่าการเดินหรือการวิ่งจริงๆ (ทั้งบนลู่วิ่งไฟฟ้า และการวิ่งนอกสถานที่) ก็สามารถใช้ในการบริหารร่างกายแบบ aerobic และ cardio ได้ครับ เป็นที่นิยมกันมากเอาเรื่อง เพราะหลายๆคนกังวลเรื่องแรงกระแทกของการเดิน หรือการวิ่งจะมีผลต่อข้อและเข่า แต่อย่างที่บอกข้างต้น หากไม่มีปัญหาจริงๆ ก็ควรหาทางบริหารมันบ้างครับ ทั้งข้อและเข่า การประคบประหงมมากจนเกินไป จะทำให้ทั้งข้อและเข่า ขาดโอกาสที่จะได้บริหาร และจะอ่อนแอในที่สุด
3. การออกกำลังกายนั้น จะคาร์ดิโอ (เดิน,วิ่ง,ปั่นจักรยาน) ก่อนเล่นเวท หรือหลังเล่นเวท อันนี้ก็แล้วแต่วัตถุประสงค์เลยครับ แต่มีข้อมูลระบุไว้ว่าหากเราเล่นคาร์ดิโอ หลังเล่นเวท จะช่วยในการเผาผลาญไขมันในส่วนที่เล่นเวทไปก่อนหน้านั้นได้อยู่บ้าง แต่สำหรับบางท่าน ที่เขาไม่ได้สนใจในจุดนั้น จะเล่นคาร์ดิโอก่อน ก็ไม่เป็นปัญหาครับ สำหรับของผมเอง ผมเล่นแยกกันคนละ session เพราะเล่นต่อๆกัน ผมคิดว่ามันไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่
การเล่นเวทเบื้องต้นให้เน้นจังหวะที่พอดี ให้ร่างกายได้รับแรงต้าน ค่อยๆปรับเพิ่มน้ำหนักไปทีละนิด ค่อยๆสังเกตความเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อ ปรับน้ำหนักครั้งนึง ก็เล่นอย่างน้อยสัก 2-3 สัปดาห์ ค่อยๆสังเกตความเปลี่ยนแปลงไป บางคนเชื่อว่าการเล่นเร็ว ยกหลายๆครั้ง ทำให้แขนเล็ก หรือส่วนนั้นๆเล็กลง จริงๆไม่เกี่ยวหรอกครับ ความเป็นจริงแล้ว มันเป็นเพราะว่าเมื่อคุณเล่นเร็ว นั่นย่อมเท่ากับคุณไม่สามารถเล่นน้ำหนักที่หนักได้มาก เมื่อเล่นน้ำหนักที่หนักไม่ได้มาก ก็ย่อมไม่ใหญ่ขึ้น นี่ต่างหากที่เป็นความจริง
4. ทั้งสองอย่างให้ผลกับร่างกาย กับกล้ามเนื้อ ที่แตกต่างกัน ถ้าไม่ซีเรียสอะไร ทำสลับๆกันไปก็ได้ครับ เรื่องว่าอันไหนเผาผลาญได้ดีกว่าอันไหน อันนี้เราต้องเทียบทีความเข้มข้นของการเล่นแต่ละอย่างที่เท่ากัน บางคนบอกว่าเขาปั่นจักรยานเผาผลาญได้เยอะกว่า แต่ที่จริงแล้วคือเขาไม่สามารถวิ่งให้เผาผลาญได้เท่ากับที่เขาทำด้วยจักรยานได้ ส่วนบางคนรู้สึกว่าเดินเผาผลาญได้เยอะกว่า บางครั้งก็เป็นแค่ผลของวิธีคำนวณของเครื่องเท้านั้นเองครับ แต่ถ้าเทียบกันแล้วความเข้มข้นที่เท่ากัน วิ่งจะเผาผลาญได้มากกว่าปั่นจักรยาน เพราะมีการใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนมากกว่า