ออกกำลังกายแล้วรู้สึกเจ็บตามต้นขา หน้าท้อง สีข้าง ครูฝึกบอกว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่กล้ามเนื้อเริ่มกระชับ จริงหรือไม่???
หลังจากผ่าน Fitness มา 7 วัน เริ่มสะโอดสะโอย จริงๆ ก็ตั้งแต่วันแรก ๆ และก็ลดลง จนรู้สึกเจ็บอยู่บ้างเล็กน้อยแต่ชินเสียแล้ว ลองบอกครูฝึกเพราะเมื่อวานซิทอัพ น้ำหนักตัว 101 กก. ไม่ได้ซิทมาเป้นปี ๆ พอซิทไปเซ็ทละ 15 ครั้ง 2 เซ้ท เช้ามา ถึงกับออกอาการยืดตัวไม่ได้ เจ็บสุดติ่ง ปรึกษาครูฝึกเค้าบอกว่า ออกกำลังกายที่ดี จะต้องรู้สึกแบบนี้ ถ้าไม่รู้สึกอะไรเลยแสดงว่าไม่ได้ผล ถ้ารู้สึกเจ็บบ้างแบบที่ว่าแสดงว่ากล้ามเนื้อมันเริ่มฟิตตัว เข้าที่เข้าทาง และเริ่มกระชับแล้ว ไม่ทราบว่าจริงหรือเปล่าที่ครูฝึกบอกแบบนั้นครับ
จากคุณ : MiraSport
จะบอกว่าจริง ก็ไม่ใช่เสียทั้งหมดนะครับ
เอาเป็นว่าเรามารู้จักกับอาการปวดที่ว่ากันก่อนนะครับ อาการปวดเมื่อย จากการออกกำลังกายโดยปกตินั้น (แยกให้ออกนะครับ ไม่ใช่อาการปวดจากการบาดเจ็บ) เกิดจากการที่มีกรดแลกติก ที่เกิดขึ้นตอนที่เราออกกำลังกาย ตอนที่กล้ามเนื้อมันทำงาน ไปสะสมอยู่บริเวณนั้นๆมาก ซึ่งร่างกายจะต้องมีกระบวนการจัดการเจ้ากรด แลคติกที่ว่า กระบวนการทั้งหลายแหล่ ของกล้ามเนื้อหลังจากการออกกำลังกายที่ว่านี้เองครับ ที่ทำให้เรารู้จักปวด หลังจากออกกำลังกาย
ซึ่งในผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ กระบวนการต่างๆเหล่านี้ ร่างกายจะสามารถจัดการได้ดี รวมถึงบางทีความแข็งแรงของร่างกาย มากกว่าภาระในการออกกำลังกาย ในการฝึกแต่ละครั้งจะส่งผลทางด้านความปวด ความเมื่อย ก็อาจจะไม่รู้สึกปวดอะไรมากมาย หรือมีบ้าง แต่ไม่นานก็หาย เรียกง่ายๆว่าฟื้นตัวเร็ว
ต่างจากผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายประจำ หรือเคยออก แต่หยุดไปนาน บุคคลเหล่านี้ ต้องใช้เวลาในการพัฒนาระบบต่างๆ ของร่างกาย พัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย ขึ้นมาให้มีความสามารถในการฟื้นตัว ในการจัดการกับกระบวนการต่างๆ จากการฝึกที่ว่าได้ดีขึ้น
ดังนั้น ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำๆ พึ่งมาออก หรือกลับมาออกอีกครั้ง จะปวดไม่แปลกครับ ทุกคนเจอกันทั้งนั้น ผมเองหยุดออกกำลังกายไป 2 สัปดาห์ พอกลับมาเล่นอีก โหย... คุณครับ จะตายเสียให้ได้ ปวดร้าวไปทั้งตัว ขนาดว่าออกกำลังกายประจำมาหลายปีนะครับ
ทีนี้กลับมาที่ผมบอกว่า ที่ครูฝึกบอกนั้น ไม่จริงเสียทั้งหมด ก็คือว่าเรื่องสัญญาณที่ดี หรือเรื่องว่ามันได้ผล หรือมันเริ่มฟิต เริ่มกระชับแล้ว อะไรทั้งหลาย มันไม่ใช่หรอกครับ อย่างที่กล่าวไป มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นปกติๆเลย ของการเริ่มออกกำลังกาย แต่ก็ไม่ถือว่าเสียหายอะไรครับ ถ้าเขาจะบอกเพื่อให้เป็นกำลังใจในการก้าวไปข้างหน้า
ทีนี้อาจจะสงสัย แล้วอย่างนั้น .. ที่ผมอยากบอกว่ามันไม่จริงเสียทั้งหมด จะพิมพ์ทำแมวอะไร ?
ก็คือในอนาคต เมื่อคุณออกกำลังกายเป็นประจำ มันจะต้องมีจังหวะที่คุณไม่ปวด อย่างที่เคยเจอตอนแรกๆแล้ว หลายคนจะสงสัย ไม่ปวด ก็ไม่ได้ผล ยกไปก็เสียเปล่าละสิ จนถึงกระทั้งหลายคนคลั่งอาการปวดที่ว่า จริงๆไม่จำเป็นเลยครับ คุณฝึกหนักพอไหม ร่างกายคุณพัฒนามั๊ย เติบโตมั๊ย มันวัดผลกันได้หลายอย่าง และตัวคุณเองคือคนที่รู้ดีที่สุด ถ้ามันไม่ปวด แต่เราฝึกหนักแล้ว มันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ผลอะไรเลย ไม่ใช่ว่ามันล้มเหลว มันสูญเปล่า
นั่นแหละครับ คือประเด็นที่อยากจะพิมพ์บอกไว้ เพราะในอนาคต หากคุณยังออกกำลังกายอยู่ ต้องมีแน่ๆ วันที่คุณไม่ปวด แล้วคำถามเหล่านี้จะวนกลับมาอีก หากคุณยังไม่เข้าใจว่าที่มาของอาการปวดเหล่านี้คืออะไร และเชื่อว่ามันคือสัญญาณบอกว่าได้ผล อย่างที่ครูฝึกบอก
เพิ่มเติมนะครับ ในการออกกำลังกาย ก็อย่าลืม Warm up , Cool Down และยืดกล้ามเนื้อ พวกนี้จะช่วยเรื่องอาการเหล่านี้ได้บ้างเล็กน้อย ถึงปานกลางครับ (จริงๆ การยืดกล้ามเนื้อ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรนักนะครับ มีผลการวิจัยเขาทดสอบมาแบบ blind test ก็ไม่พบความแตกต่าง ของการจัดการกับกรดแลคติก แต่ว่าตอนที่เรายืดกล้ามเนื้อ มันอาจจะไปให้ความรู้สึกปวด ถ่ายเทไปที่ความรู้สึกจี๊ดเวลายืดกล้ามเนื้อ เหมือนกับเราเจ็บที่ขาอยู่ แล้วไปหยิกแก้ม เราจะไปเจ็บแก้มแทน แต่สักพักพอแก้มหายเจ็บ ขาที่เจ็บอยู่ มันก็ยังเจ็บอยู่นั่นแหละครับ อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปเขายังถือว่าการยืดกล้ามเนื้อช่วยได้ ผมจึงขอแนะนำตามที่ชาวบ้านเขาแนะนำกันครับ ^^)
